เมื่อสักครู่นี้ออกไปทานข้าวกับน้องว่า พี่ ประจวบ พี่จี๊ด และวินัย
คุยกันไปตลอดทางเรื่องคุณกุ๊กกับน้องก้อย
 เรื่องของเรื่องก็คือ คุณกุ๊กออกไปเที่ยวแถมกดเงินอีก(ก้อยสามารถเช็คออนไลน์ได้ว่ากดเมื่อไหร่ที่ไหน)
ก้อยเลยโกรธคุณกุ๊กที่อ้างว่ามาทำงานแล้วหายไปไหนต่อไหน(มาทำงานจริงแต่ไปต่อที่ไหนยี่แหละที่โกรธ ที่สำคัญไม่บอก)
เชื่อเถอะว่าผู้ชายร้อยทั้งร้อยไม่ยอมรับว่าผิด..ถ้าบอกว่าผิดเขาก็แค่ถามว่าผิดตรงไหนออกไปกินข้าว...เรื่อยเปื่อยกับหัวหน้ามันเลยนาน
 
วันที่ทำเลาะกันก้อยมาขอผมดูกล้องวงจรปิดซึ่งผมเพิ่งเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์ออกไปตอนบ่ายโมงครึ่ง ก่อนหน้าก้อยมาแค่ 20 นาที..หรือน้อยกว่านั้น..ผมไม่รู้ว่าก้อยจะดูอะไรด้วยซ้ำ
 
แต่สรุปคือไม่ได้ดู
 
วันนี้ออกไปกินข้าวด้วยหัวใจของลูกผู้หญิง(Laughing) ของน้องว่า เลยต้องปกป้องศักดิ์ศรีกันหน่อย
มันจะพูดทำไมให้เขาทะเลาะกัน..พี่จี๊ดเริ่ม
หลังจากนั้น ก็ต่อด้วยการยกคำอ้างสารพัดเช่น
 
ผู้ชายมันก็ต้องไปบ้าง มีบ้าง  (ผมเลยแอบถามว่าถ้าเมียออกไปเที่ยวผู้ชายบ้าง..โอเคไหม คำตอบสองคำ .ดอกทอง!!)
แหมมันไปก้ไม่ได้ทำอะไร...(รู้จักไหมผู้หญิงนะผู้หญิง ..เหมือนที่พี่บอกว่าให้รับผู้ชายให้ได้ในแบบที่มันเป็น)
ผู้ชายก็เป็นแบบนี้หมดแหละ..ถ้าน้องว่ามีแฟนมันก็เป็นหาไม่ได้หรอกแบบนั้น..คงต้องเอาพระ (วินัยก็เสริมว่า เดี๋ยวนี้พระก็ยังมีเที่ยวผู้หญิงเลย...แหมไอ้พวกนี้*โมโหนิดๆ เอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานรึไง เคยบวชแล้วฟันหญิงในวัดรึไงแกนะ)
 
ผมไม่ค่อยรู้หรอกว่าผู้ชายที่แท้จริงมันเป็นยังไงเพราะถ้าเขาถามมาผมก็คงบอกไม่ได้แต่ที่ผมเจอชายแท้ๆ(คือเจอเฉยๆ)ล้วนดีกว่าผู้ชายที่กำลังพูดถึงอยู่(เหมาเอาว่าผู้ชายที่พูดถึงในรถเป็นการนิยาม ติ๊ต่่างไร้ตัวตนนะ)
 
มันไม่ต้องไปเที่ยวผู้หญิงแบบนี้  ถ้ามันอยากไปเมากับเพื่อนก็ไปได้บอกแฟนก่อน(บางคนมีเมียตอน อายุ 14 )ผมก็เห็นมันสำมะเลเทเมาได้  แต่นั้นไม่ได้ทำให้มันพูดได้เต็มปากแบบนี้หรอกว่าการเที่ยวแบบนี้เป็นสิ่งที่ต้องเป็นหรือต้องทำ
 
เมื่อจะเที่ยวก็ต้องกล้าที่จะเที่ยวแบบที่พี่จี๊ดบอกว่ามันจะมีความภูมิใจถ้าถูกห้ามและทำได้...เหมือนเด็กที่หลอกพ่อแม่ว่าไปเรียนแต่ไปไม่ถึงนะเหรอพี่..มันไม่น่าภูมิใจเท่าไหร่ที่หนีเมียเที่ยว...
 
เดาว่าคงเป็นความรู้สึกประชดหรือสะใจเสียมากกว่า....
 
เรื่้องต้องรับให้ได้นี่ก็เหมือนกันใช่ถ้ารักกันต้องรับให้ได้...แต่ในทางกลับกัน..ถ้ารับไม่ได้ก็เลิกกันไปเลย
พี่จี๊ดพูดประโยคแรกและเราพูดประโยคหลัง
 
ก็แค่นั้นจบเป็นการตัดสินใจของคนสองคนไม่เกี่ยวกับทั้งพี่จี๊ด พี่จวบ น้องว่าและวินัย
 
รวมทั้งผมด้วย...ผมเคยทำเหมือนกันเรื่องแบบนั้น...แล้วผมมาพูดอะไร
ก็ผมไม่เคยคิดว่าการทำอะไรที่เข้าทำนองนี้(นอกกายแต่ไม่ได้นอกใจ --วินัย) เป็นเรื่องดี
ผมทำและรู้สึกว่าเป็นการทำเพื่อตัวเอง(เราสนุกบนความทุกข์ของคนที่เรารัก ต่อให้ต้องแอบทำแบบพี่ๆเขาแอบผมก็ยังรู้สึกว่า เป็นการทรยศ)
 
จะว่าไปผมก็ร้ายมากนะเนี่ย
 
ผมกล้าที่จะบอกพี่กรว่าผมทำอะไร..ผิดยังไงแม้เขาจะเจ็บปวดและผมจะเจ็บปวดแต่ผมจะไม่รู้สึกกังวลกับเรื่องนี้อีก ผมบอกทุกอย่าง เล่าทั้งหมด แล้วจบกัน เมื่อพบว่ายังรักพี่กรอยู่ก็ขอโทษแล้ว รอให้พี่กรกลับมา 
พี่กรก็เช่นเดียวกันขอเวลา เพื่อจะได้รู้ว่ายังกลับมารักผมได้ไหม ... และเมื่อถึงตอนนั้นผมจะสามารถรับมันได้เพราะมันเป้นสิ่งที่ผมได้ทำจริงและได้ยอมรับมัน
 
ความผิดของผู้ชายที่ออกไปเที่ยวอย่างแรกเลยก้คือ โกหก 
 
นี่เป็นเรื่องสำคัญมากที่สุดเรื่องหนึ่งเนื่องจากคนที่กำลังจะแต่งงานกันยังไปเที่ยวแบบนี้อีกแสดงว่าต่อไปคง...แย่
 
แล้วถ้าโกหกได้ 1 ครั้ง ครั้งที่สอง ที่สามจะตามมา  คำที่ผมจะบอกก้อยได้ก็คือ กลับบ้านแล้วชวนกุ๊กไป
ถ้าไม่ได้ก็แยกย้ายเหมือนแต่ก่อน แล้วแหมถ้าคนมันรักจริงมันก็ไม่เห็นเป็นอะไร..ก็ต้องรับการตัดสินใจก้อยได้เหมือนที่ก้อยพยายามรับกุ๊กให้ได้(จริงไหม..)
 
อีกคำหนึ่งที่พี่จี๊ดพูดแล้วโดนคือ ..อยู่ที่บ้านก็เป็นผัวเธอออกมาก้เป้นผัวคนอื่น พอกลับบ้านก็เป็นผัวเธอเหมือนเดิมจะมาเครียดอะไร..
------------ผมว่าถ้างั้นเราน่าจะจัดระบบผัวเมียเปลีี่ยนกะ ดีไหมเนี่ย เมื่อผัวไม่อยู่บ้านให้ออกมาหาผัวไหมที่หน้าปากซอยโลด...แล้วพอมันกลับมาก็กลับไปทำหน้าที่เมียต่อตอนเย็น..
วันไหนออกไปเที่ยวเจอกันก้ไม่ต้องทักเพราะเขากำลังทำหน้าที่ผัวคนอื่น..และเราก็กำลังเป็นเมียคนอื่น เช่นกัน..
 
แถมพี่จี๊ดยังบอกอีกว่ามาทะเลาะกันให้เขารู้แล้วเดี๋ยวพอกลับบ้านนอนคุยกันก้ดีกันแล้วก็ยังมาทำงานเหมือนเดิม ทำทำไม่ให้อายเขา
------ผมว่าอันนี้ จะแรงตรงที่บอกเป็นนัยๆว่าถ้ากล้าจริงก็อย่ากลับมาเลิกกันไปเลย..ทั้งๆที่พี่เริ่มด้วยการบอกว่าไปพูดให้เขาทะเลาะกันทำไม
จะว่าไปถ้าก้อยรับไม่ได้จริงแล้วกุ๊กต้องเที่ยวต้องทำเหมือนที่วินัยหรือพี่จี๊ดว่าจริงเลิกก็ต้องเลิก เพราะเดี่ยวก็เที่ยวอีก ตอนแต่ง หลังแต่ง ตอนท้อง ตอนคลอด ตอนหลังคลอดจนลูกโต จนลูก 3 (อย่าเถียงเพราะพี่จี๊ดมีลูกแล้วก็ยังเที่ยวอยู่) 
ถ้าก้อยทำใจรับได้ก็ถือว่าไม่เป็นปัญหา(ขนาดเมียพี่จี๊ดกับวินัยยังรับได้เลย**ไม่รู้จักเขาหรอกนะ**)
*ปล.แต่เขาไม่รู้หรือจับไม่ได้นะ
แต่ก้อยทำงานที่นี่เห็นอยู่นี่และรับรู้อยู่นี้ก็ต้องทนอยู่ทนไปปล่อยเขาไป...
 
แต่เป็นพี่ถ้าไม่รักมากกรูไม่ยอม(รักจริงแต่ไม่มากพอกรูก็เลิก ขอบอก  Innocent ถ้ามันทำขนาดนั้นไม่ต้องทำหรอก..แค่มันมีวิธีคิดแบบนั้นกรูก็เลิกแล้ว)
 
 
เฮ้ออออออออออออ.....สุดท้ายแล้วไม่ได้อยากบอกว่าผู้ที่ทำแบบนี้มันเลวหรือชั่ว แต่ผู้หญิงบางคนเขาก็ไม่ควรมีผัวแบบนี้นะ เนื่องจากผู้หญิงก็มีหลายแบบเหมือนผู้ชายที่มีหลายแบบและผู้ชาก็มีอีกหลายด้านและผู้หญิงก็เช่นกัน
 
จะทำอะไรก้กล้าทำกล้ารับทำให้เมียรู้ให้เมียเห้นแล้วบอกกับเมียไปเลยว่าถ้ารับกูไม่ได้ก็เลิกกัน
 
นี่แหละแมนไม่ใช่มาแอบกันลักกิน...แล้วแมนเปลี่ยนเมียซะ 5 คนเลยก็ดีนะ ดีกว่ามีเมียคนเดียวแล้วไปหาแอบเอาน้อยๆเล็กให้ครอบครัว..หมดความสำคัญ
 
แล้วแต่ว่ะ  นานาจิตตัง 
แต่ใครมีผัวคิดแบบนี้เลิกดีกว่ามั้งผู้ชายเหลือน้อยเพราะว่ามันถูกวงจรวิวัฒนาการบีบให้สูญพันธ์
นี่แหละเกย์อย่างกรูถึงเพิ่มจำนวนเพราะมีผู้หญิงแท้หลายคนชอบชายไม่จริงอย่างผม
(เชื่อหรือไม่ว่ามีผู้หญิงคนนึงรู้ว่าผมเป็นอย่างนี้แล้วมาชอบผม..ไม่ไช่เธอไม่เชื่อว่าผมเป็นเกย์แต่เธอบอกว่าก็มันชอบ...Undecidedดีใจดีมั๊ยเนี่ย)
 
 

Comment

Comment:

Tweet